← กลับไปหน้าหนังสือ
ประสิทธิภาพการทำงาน

สร้างเวลา: ออกแบบวันของคุณเพื่อสิ่งที่สำคัญจริงๆ

Make Time

โดย Jake Knapp·ปี 2018·อ่าน 5 นาที

สรุปเนื้อหา

เจค แนปป์ (อดีตนักออกแบบ Google Ventures) และจอห์น เซลาตสกี้ เสนอแนวทางที่แตกต่างจากหนังสือ productivity ทั่วไป พวกเขาไม่ได้สอนให้ทำงานให้มากขึ้น แต่สอนให้เลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดวันละหนึ่งอย่างแล้วปกป้องมัน ระบบ Make Time มีสี่ขั้นตอน: Highlight (เลือก "ไฮไลต์" ประจำวัน — สิ่งหนึ่งที่ถ้าทำได้จะรู้สึกว่าวันนี้คุ้มค่า), Laser (โฟกัสเต็มที่กับไฮไลต์นั้นโดยลด distractions), Energize (ดูแลร่างกายให้มีพลังงาน) และ Reflect (ทบทวนและปรับปรุง) ความเรียบง่ายนี้แหละคือจุดแข็ง แนปป์และเซลาตสกี้เสนอกลยุทธ์ 87 ข้อ แต่ย้ำว่าไม่ต้องใช้ทั้งหมด ลองทีละอย่าง เก็บสิ่งที่ได้ผล ทิ้งสิ่งที่ไม่ได้ผล พวกเขาเรียกแนวทางนี้ว่า "personal sprint" — ทดลองระยะสั้น วัดผล ปรับปรุง ซึ่งตรงกับ DNA ของพวกเขาที่มาจากวัฒนธรรม design sprint สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ทำได้ดีเป็นพิเศษคือการวิเคราะห์ว่าทำไมเราถึงรู้สึก "ยุ่งตลอดเวลา" แต่ไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ คำตอบคือเราออกแบบวันของเราตาม default settings ของสังคม (เช็คอีเมลก่อน ดูโซเชียลมีเดียบ่อยๆ) โดยไม่เคยถามว่านั่นคือสิ่งที่ต้องการจริงๆ ไหม

บทเรียนสำคัญ

กดที่แต่ละบทเรียนเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เจค แนปป์ (อดีตนักออกแบบ Google Ventures) และจอห์น เซลาตสกี้ เสนอแนวทางที่แตกต่างจากหนังสือ productivity ทั่วไป พวกเขาไม่ได้สอนให้ทำงานให้มากขึ้น แต่สอนให้เลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดวันละหนึ่งอย่างแล้วปกป้องมัน

บทเรียนที่ 1 จาก Make Time

ระบบ Make Time มีสี่ขั้นตอน: Highlight (เลือก "ไฮไลต์" ประจำวัน — สิ่งหนึ่งที่ถ้าทำได้จะรู้สึกว่าวันนี้คุ้มค่า), Laser (โฟกัสเต็มที่กับไฮไลต์นั้นโดยลด distractions), Energize (ดูแลร่างกายให้มีพลังงาน) และ Reflect (ทบทวนและปรับปรุง) ความเรียบง่ายนี้แหละคือจุดแข็ง

บทเรียนที่ 2 จาก Make Time

แนปป์และเซลาตสกี้เสนอกลยุทธ์ 87 ข้อ แต่ย้ำว่าไม่ต้องใช้ทั้งหมด ลองทีละอย่าง เก็บสิ่งที่ได้ผล ทิ้งสิ่งที่ไม่ได้ผล พวกเขาเรียกแนวทางนี้ว่า "personal sprint" — ทดลองระยะสั้น วัดผล ปรับปรุง ซึ่งตรงกับ DNA ของพวกเขาที่มาจากวัฒนธรรม design sprint

บทเรียนที่ 3 จาก Make Time

สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ทำได้ดีเป็นพิเศษคือการวิเคราะห์ว่าทำไมเราถึงรู้สึก "ยุ่งตลอดเวลา" แต่ไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ คำตอบคือเราออกแบบวันของเราตาม default settings ของสังคม (เช็คอีเมลก่อน ดูโซเชียลมีเดียบ่อยๆ) โดยไม่เคยถามว่านั่นคือสิ่งที่ต้องการจริงๆ ไหม

บทเรียนที่ 4 จาก Make Time

ทดลองกลยุทธ์ทีละอย่าง วัดผล และเก็บเฉพาะสิ่งที่ได้ผลกับชีวิตของตัวเอง — นี่คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ผู้เขียนต้องการสื่อ การนำไปใช้จริงต้องอาศัยการฝึกฝนและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ลองเริ่มต้นจากการสังเกตพฤติกรรมของตัวเองในชีวิตประจำวัน แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนทีละนิด

บทเรียนที่ 5 จาก Make Time

ใครควรอ่าน

🎯

คนที่รู้สึกว่ายุ่งตลอดเวลาแต่ไม่ได้ทำสิ่งที่สำคัญจริงๆ และทุกคนที่อยากออกแบบวันให้รู้สึกคุ้มค่ามากขึ้น

แท็ก

#การจัดการเวลา#โฟกัส#ประสิทธิภาพ#การออกแบบชีวิต#distractions

แชร์

หนังสือที่เกี่ยวข้อง